Archive 2
FlashPrint
คลิก >>>>> https://fablabthailand.com/DW/FlashPrint_3.24.0_win64.zip
Read More
RD WORK
คลิก >>>>> https://fablabthailand.com/DW/RDWorksV8Setup8_01_52.rar
Read More
การได้มาซึ่งไฟล์โมเดลสามมิติ
การดาวน์โหลดไฟล์โมเดลสามมิติ การสร้างไฟล์สามมิติเพื่อนำมาพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามารถเริ่มต้นเรียนรู้และพัฒนาได้ง่าย อย่างไรก็ตามไฟล์สำหรับเครื่องพิมพ์สามมิติสำเร็จรูปนั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถเข้าไปเลือกโมเดลสำเร็จรูปดังกล่าวได้บนอินเตอร์เน็ต รวมถึงสามารถนำไฟล์ดังกล่าวมาแก้ไข และเลือกขนาดที่ต้องการจะพิมพ์ได้ ในหัวข้อนี้จะเป็นการแนะนำการดาวน์โหลดโมเดลจากอินเตอร์เน็ตเพื่อนำมาพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติ เว็บไซต์ที่แนะนำสำหรับโมเดลสามมิติ คือ www.thingiverse.com ซึ่งมีโมเดลมากถึงแสนแบบให้เลือกนำมาพิมพ์ได้ โดยแนะนำให้เข้าไปที่เมนู “EXPLORE” หรือใช้เมนูค้นหา โดยใส่ชื่อโมเดลที่ต้องการค้น เมื่อได้โมเดลทีต้องการ สามารถกด Download บริเวณด้านขวาของหน้าจอเพื่อนำไฟล์ดังกล่าวมาเก็บไว้ที่เครื่อง ซึ่งไฟล์ดังกล่าวที่ดาวน์โหลดจะเป็นไฟล์ .zip Unzip ไฟล์ดังกล่าวและจะได้ไฟล์โมเดลสามมิติเป็นไฟล์ .stl ซึ่งจะนำไปเปิดโปรแกรม Slicer ที่จะอธิบายในบทที่ 4 อีกครั้งหนึ่ง การสร้างโมเดลสามมิติด้วยโปรแกรม สำหรับโปรแกรมที่ใช้ในการสร้างไฟล์โมเดลสามมิติ มีหลายโปรแกรมทั้งเป็นแบบ freeware และทั้งโปรแกรมลิขสิทธิ์ ในหัวข้อนี้จะยกตัวอย่างโปรแกรม freeware ที่ได้รับความนิยมและใช้งานง่าย โปรแกรม Tinkercad เป็นโปรแกรมที่ทำงานบนเว็บไซต์ โดยสามารถเข้าไปได้ที่ www.tinkercad.com เพื่อสร้างชิ้นงานสามมิติ นำเข้าและนำออกเป็นไฟล์ .stl ได้ ง่ายต่อการใช้งานและมีบทเรียนการใช้งานบนเว็บไซต์ โดยต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตตลอดเวลาที่ใช้งาน . โปแกรม
Read More
การเก็บรักษาเส้นพิมพ์
เมื่อมีการถอดเปลี่ยนเส้นพิมพ์ เส้นพิมพ์ม้วนเดิมควรต้องเก็บรักษาไว้ที่ แห้ง และควรมีสารดูดความชื้น เช่น ซิลิกาเจล หรือแคลเซียมคลอไรด์ ใส่ไว้ในภาชนะที่เก็บด้วย เนื่องจากเส้นพิมพ์จะเปราะง่าย และอาจทำให้งานพิมพ์ไม่มีคุณภาพหากเส้นชื้น ทั้งนี้ควรจะนำปลายเส้นพิมพ์ขัดไว้กับม้วนพิมพ์ทุกครั้งที่เก็บเพื่อไม่ให้เส้นพันกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาเครื่องพิมพ์ติดขัดได้ในอนาคต สำหรับเส้นพิมพ์ใหม่ หากยังไม่ใช้งานไม่ควรแกะออกจากซองสุญญากาศ เพื่อคงสภาพเดิมไว้เป็นดีที่สุด
Read More
การนำเส้นพิมพ์ออกจากเครื่อง
เมื่อวัสดุพิมพ์เดิมหมดลงหรือต้องการเปลี่ยนสี สามารถทำการเปลี่ยนวัสดุพิมพ์โดยการนำเส้นเดิมออก (unload) ได้ดังนี้ ที่หน้าจอเลือกคำสั่ง Utilities -> Change Spool -> Unload จากนั้นเครื่องจะทำความร้อนที่หัวพิมพ์ เมื่อความร้อนไปถึง 220°C เครื่องจะทำการถอยเส้นออกจากระบบ ดังแสดงในภาพ
Read More
การใส่วัสดุพิมพ์ (ม้วนพิมพ์นอกเครื่อง)
ม้วนเส้นพิมพ์ส่วนใหญ่จะเป็นขนาด 1 กิโลกรัม ซึ่งจะมีราคาต่อกิโลกรัมถูกกว่าเส้นพิมพ์แบบม้วน 600 กรัม ค่อนข้างมาก แต่จะไม่สามารถติดตั้งเข้าไว้ในเครื่องพิมพ์ได้ แต่สามารถติดตั้งไว้ภายนอกเครื่องได้ โดยมีวิธีการ ดังนี้ ทำการพิมพ์โมเดลที่แขวนเส้น โดยสามารถดาวน์โหลดแบบดังกล่าวได้จากเว็บไซต์ stemlab.in.th/download ติดตั้งเส้นพิมพ์ขนาด 1 กิโลกรัมกับที่แขวนเส้น และใส่ปลายเส้นเข้าทางด้านหลังเครื่อง ที่หน้าจอเลือกคำสั่ง Utilities -> Change Spool -> Load จากนั้นเครื่องจะให้ตั้งค่าเป็นการใช้เส้นจากภายนอก จากนั้นเส้นจะถูกดูดโดยอัตโนมัติจากหลังเครื่องเข้ามาในระบบ รอให้เส้นพิมพ์ที่ใส่เข้ามาใหม่ไหลออกทางหัวพิมพ์แล้วจึงเลือก OK เพื่อหยุดการโหลด และสามารถสั่งงานพิมพ์ต่อได้ทันที
Read More
มัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอล
มัลติมิเตอร์(Multimeter) ชนิดดิจิตอล เป็นเครื่องมือวัดทางไฟฟ้าที่มีความสามารถในการวัดค่าได้หลายประเภท เช่น การวัดแรงดันไฟฟ้า(voltage) กระแสไฟฟ้า(Current)  ความถี่ไฟฟ้า(frequency) และความต้านทานไฟฟ้า(Resistance)  เป็นต้น ซึ่งเป็นเครื่องมือวัดพื้นฐานที่มีความจำเป็นในการพัฒนาชิ้นงานทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นอย่างมาก โดยสามารถใช้โพรบวัดของเครื่องมือสัมผัสเข้ากับขั้วไฟฟ้าที่ต้องการวัด และสามารถอ่านค่าได้ทันทีผ่านหน้าจอแสดงผลที่ติดตั้งอยู่บนเครื่องมือ ทำให้ง่ายต่อการใช้งานของนักเรียนนักศึกษา ที่ต้องการทำการศึกษาด้านอิเล็กทรอนิคส์ และการวัดค่าทางไฟฟ้า ส่วนประกอบของมัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอล มัลติมิเตอร์ชนิดดิจิตอล สามารถใช้งานในการวัดค่าทางไฟฟ้าได้หลากหลาย ซึ่งการวัดแต่ละแบบจะมีการต่อเชื่อมที่ไม่เหมือนกัน ทั้งการเชื่อมต่อพอร์ทที่เครื่อง การหมุนปรับสวิตซ์ และรูปแบบการนำโพรบไปต่อวัด ซึ่งผู้ใช้จะต้องทำตามที่กำหนดในแต่ละขั้นตอน เริ่มจากจะต้องต่อพอร์ทให้ถูกต้อง และปรับสวิตซ์ให้ถูกตำแหน่งเสมอ ก่อนนำไปต่อวัดที่อุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเกิดขึ้นกับเครื่องมัลติมิเตอร์ การวัดแรงดันไฟฟ้า การต่อวัดแรงดันไฟฟ้า สามารถวัดได้ทั้งไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) โดยมีวิธีการต่อวัด ดังนี้ ต่อสายโพรบเส้นสีแดงเข้าที่มัลติมิเตอร์พอร์ทขวาสุด ที่มีการเขียนกำกับตัว “V” ต่อสายโพรบเส้นสีดำเข้าที่มัลติมิเตอร์พอร์ทลำดับที่สาม ที่มีการเขียนกำกับว่า “COM” ดังแสดงในภาพที่ 8 ปรับ Switch ไปยัง V หรือ mV ขึ้นอยู่กับขนาดของแรงดันไฟฟ้าที่ต้องการจะวัด
Read More
เครื่องจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง
เครื่องจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงชนิดควบคุมด้วยดิจิตอล หรือ Power Supply เป็นเครื่องแปลงแรงดันของแหล่งจ่ายไฟบ้าน 220V ที่เป็นกระแสสลับและมีระดับแรงดันสูง มาเป็นไฟฟ้ากระแสตรงที่มีระดับแรงดันต่ำ ซึ่งเหมาะสมกับการใช้งานทั่วไปในการทำการทดลองกับชิ้นงานทางอิเล็กทรอนิคส์ เช่น การจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับไมโครคอนโทรลเลอร์ หรือจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์เชิงกลต่างๆ เป็นต้น ทั้งนี้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีความต้องการระดับแรงดันไฟฟ้าที่หลากหลายแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของอุปกรณ์ เช่น Arduino ใช้ไฟที่แรงดัน 5V มอเตอร์ใช้ไฟที่แรงดัน 12V เป็นต้น ซึ่งจะต้องปรับระดับแรงดันให้มีความเหมาะสมเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ได้ ด้วยเหตุนี้เครื่องจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงชนิดควบคุมด้วยดิจิตอล จึงมีความสามารถในการปรับระดับแรงดันได้อย่างอิสระตามที่ผู้ใช้ต้องการ โดยสามารถป้อนระดับแรงดันที่ต้องการได้โดยตรงผ่านตัวเครื่องได้ทันที ส่วนประกอบของเครื่องจ่ายไฟกระแสตรง วิธีใช้งาน การเปิดและปิดเครื่อง กดปุ่มเปิด-ปิด เพื่อเปิดหรือปิดเครื่อง ในกรณีเปิดเครื่อง หน้าจอกระแสและแรงดันจะแสดงตัวเลขปรากฏขึ้นมา และเมื่อปิดเครื่องหน้าจอจะดับไป การตั้งค่าแรงดัน การตั้งค่าขนาดของแรงดันจะตั้งตามอุปกรณ์ที่ต้องการ ซึ่งจะมีกำหนดไว้ในคู่มือของแต่ละอุปกรณ์ซึ่งผู้ใช้ควรศึกษาเพื่อนำค่าดังกล่าวมาตั้งที่เครื่อง เช่น Arduino ใช้ไฟที่แรงดัน 5V แรงดันจึงจะปรับตั้งไว้ที่ 5V วิธีการตั้งคือใช้ลูกบิดปรับแรงดันแบบหยาบ หมุนตามเข็มนาฬิกาไปให้ใกล้เคียงค่าที่ต้องการ จากนั้นจึงใช้ลูกบิดปรับแรงดันแบบละเอียด ช่วยในการตั้งค่าให้ตรงตามที่ต้องการ หมายเหตุ: การตั้งแรงดันที่เกินกว่าอุปกรณ์ที่มาเชื่อมต่อรองรับ จะทำให้อุปกรณ์เสียหายถาวร การตั้งค่ากระแสไฟฟ้าสูงสุด
Read More
เครื่องบัดกรีพร้อมหัวเป่าลมร้อน
เครื่องบัดกรีเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับการสร้างชิ้นงานเชิงไฟฟ้า หรือชิ้นงานอิเล็กทรอนิคส์ต่างๆ ที่ต้องเชื่อมต่ออุปกรณ์เข้าด้วยกันโดยใช้การบัดกรี ซึ่งทำได้โดยการใช้ความร้อนหลอมเหลวโลหะที่มีส่วนประกอบของตะกั่วเข้ากับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อทางไฟฟ้าเข้าด้วยกัน เครื่องบัดกรีพร้อมหัวเป่าลมร้อนจะช่วยส่งเสริม การทำการทดลองด้านไฟฟ้าของนักเรียนนักศึกษาให้สามารถลงมือทำได้ง่าย และสนับสนุนการสร้างชิ้นงานที่มีความทันสมัย เช่น ไมโครคอนโทลเลอร์ ระบบควบคุมทางไฟฟ้า และ ระบบหุ่นยนต์ โดยเป็นอุปกรณ์ที่มีความสามารถเทียบเท่ากับอุปกรณ์ในระดับมหาวิทยาลัย เป็นชนิดควบคุมอุณหภูมิด้วยระบบดิจิตอล มีความแม่นยำและง่ายต่อการใช้งาน สำหรับเครื่องเป่าลมร้อน จะใช้งานการแก้ไขวงจรในกรณีที่บัดกรีผิดพลาดแบบที่ไม่สามารถใช้ที่ดูดตะกั่วดูดออกได้ เช่นการถอดไอซีที่มีขาจำนวนมาก หรือการบัดกรีอุปกรณ์พวก Surface mount device (SMD) นอกจากนี้ เครื่องเป่าลมร้อนยังใช้งานด้านอื่น ๆ อีกเช่น การดัดงอแผ่นอะคริลิก เป็นต้น ส่วนประกอบของเครื่องบัดกรีพร้อมหัวเป่าลมร้อน วิธีใช้งาน การเปิดและปิดเครื่อง กดปุ่มเปิด-ปิด เพื่อเปิดหรือปิดเครื่อง ในกรณีเปิดเครื่อง หน้าจออุณหภูมิจะแสดงตัวเลขปรากฏขึ้นมา และเมื่อปิดเครื่องหน้าจอจะดับไป การใช้หัวแร้งบัดกรี เมื่อเปิดเครื่อง อุณหภูมิหัวแร้งจะเพิ่มขึ้นไปจนกระทั่งอุณหภูมิที่กำหนดไว้ ซึ่งจะใช้เวลาเพียงประมาณ 1 -2 นาที ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ทันที โดยทั่วไปหัวแร้งอุณหภูมิจะตั้งอยู่ที่ 280°C – 300°C
Read More
การเตรียมความพร้อมเพื่อประกอบวงจรอิเล็กทรอนิกส์
ในการบัดกรีในระดับมัธยมมักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดังนั้นนักเรียนที่ทำการบัดกรีจะต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันเท่านั้น เพื่อลดการบาดเจ็บ การแต่งกายสำหรับบัดกรี ควรสวมถุงมือ ถุงแขน และแว่นตาเพื่อป้องกันตะกั่วหลอมเหลวที่อาจกระเด็นจากการบัดกรี รวมถึงป้องกันความร้อนจากหัวแร้งสัมผัสกับผิวหนัง (เครื่องป้องกันขั้นต่ำคือแว่นตานิรภัย) ใช้เครื่องดูดควันบัดกรีตั้งไว้ โดยหันหน้าเข้าหาจุดที่บัดกรี เพื่อช่วยดูดควันไม่ให้รบกวนในเวลาทำงาน (ควันที่เกิดจากการบัดกรีเกิดขึ้นจากฟลักซ์ที่อยู่ในเส้นตะกั่ว) สามารถใช้โคมไฟแว่นขยายเพื่อช่วยในการส่องสว่าง และสำรวจรอยบัดกรีว่ามีความสมบูรณ์หรือไม่
Read More
Archives
Categories
  • No categories
Categories
  • No categories
Latest Posts